Thai Financial News Intelligence
Latest article 1 min agoLatest analysis 1 min ago·17818 articles total
← News feed

โบรกมองกลุ่ม “เนื้อสัตว์” ครึ่งปีหลังฟื้นตัว รับช่วงไฮซีซั่น ชู TFG ท็อปพิก!

published 43 d ago · th · source ↗

Affected tickers

Per-ticker News Sentiment Indicator

  • BTGother · positive · med

    Analysts expect the meat industry to recover in the second half of the year due to supply constraints, noting that "ราคาสุกรจะกลับมาฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569".

  • CPFother · neutral · med

    The analyst maintains a neutral outlook for the food sector, noting that while CPF faces pressure from lower pork prices, a recovery is expected in the second half of 2569.

  • GFPTother · positive · med

    The analyst expects the meat sector to recover in the second half of the year due to seasonal demand and improved supply dynamics, despite a challenging first quarter.

  • KCEother · positive · med

    The article mentions "KCE พุ่ง 7% ลุ้นกำไรปี 69 แตะ 1.1 พันล้าน รับดีมานด์ยานยนต์ฟื้น" as a positive catalyst for the stock.

  • TFGother · positive · med

    Analysts selected TFG as a top pick because the company's retail expansion strategy, "ไทยฟู้ดส์ เฟรชมาร์เก็ต", helps manage costs and mitigate market price volatility.

  • TIDLORother · positive · med

    The article mentions a broker recommendation for TIDLOR, stating "โบรกแนะ “ซื้อ” TIDLOR เป้า 22.90 บ. ลุ้นกำไร Q1 แตะ 1.2 พันล้าน".

Article body

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ทางฝ่ายวิจัยประเมินแนวโน้มไตรมาส 2/2569 และครึ่งปีหลังของกลุ่มราคาเนื้อสัตว์กลับมาฟื้นตัว ประกอบด้วย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF , บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG, บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT , บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG , โดยภาพรวมผลประกอบการของกลุ่มอาหารในไตรมาส 1/2569 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปีก่อนมีฐานกำไรที่สูงผิดปกติ โดย CPF รายงานกำไรสุทธิ 4.8 พันล้านบาท ลดลง 43% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยถูกกดดันจากราคาสุกรในประเทศไทยที่ปรับฐานลดลง และกำไรจากบริษัทร่วมในจีนที่ลดลงจากราคาสุกรที่ต่ำ BTG รายงานกาไรสุทธิ 1 พันล้านบาท ลดลง 47.1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากฐานกำไรที่สูงในปีก่อนและราคาเนื้อสัตว์ในประเทศที่ย่อตัวลง GFPT กำไรสุทธิอยู่ที่ 517 ล้านบาท ลดลง 19% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนจากปริมาณการส่งออกที่ลดลงเนื่องจากการหายไปของการส่งออกเท้าไก่ไปยังประเทศจีน อีกทั้งส่วนแบ่งกำไรของบริษัทย่อยที่ลดลง อย่างไรก็ตาม TFG สามารถรายงานกำไรสุทธิที่ 2.04 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งแข็งแกร่งกว่าคาดเนื่องจากการขยายสาขาร้านค้าปลีกและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยคาดการณ์แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีโอกาสฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้าจากการเข้าสู่ช่วง High Season ของการบริโภคและการส่งออก และราคาเนื้อสุกรในประเทศไทยที่ฟื้นตัวในเดือนเมษายนมาที่ระดับ 68 บาทต่อกิโลกรัม อย่างไรก็ดีการฟื้นตัวยังจำกัด โดยในเดือนพฤษภาคมชะลอตัวลงมาที่ 65 บาทต่อกิโลกรัม และคาดการณ์ในช่วงที่เหลือในไตรมาสจะทรงตัวหรืออ่อนตัวลงเนื่องจากผลกระทบของอุปสงค์ที่ยังอ่อนแอและความกังวลเรื่องโรคระบาดทำให้ผู้เลี้ยงรายย่อยเร่งขายสุกรเพื่อลดความเสี่ยง อีกทั้งยังมีความกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ด้านต้นทุนอาหารสัตว์เริ่มเห็นความท้าทายจากราคาข้าวโพดและกากถั่วเหลืองที่เริ่มปรับตัวขึ้น โบรกแนะ “ซื้อ” TIDLOR เป้า 22.90 บ. ลุ้นกำไร Q1 แตะ 1.2 พันล้าน KCE พุ่ง 7% ลุ้นกำไรปี 69 แตะ 1.1 พันล้าน รับดีมานด์ยานยนต์ฟื้น โบรกชูเป้า 27 บาท นอกจากนี้ยังมีปัจจัยกดดันจากค่าระวางเรือและราคาน้ำมันดิบตัวสูงขึ้นตามปัญหาภูมิรัฐศาสตร์กดดันอัตรากำไร และหากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนคาดจะเห็นการหดตัวเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากฐานกำไรที่สูงมากในไตรมาส 2/2568 คาดการณ์ว่าราคาสุกรจะกลับมาฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 จากอุปทานที่ลดลง โดยในประเทศไทยอุปทานสุกรมีแนวโน้มลดลงจากการที่เกษตรกรรายย่อยลดปริมาณแม่พันธุ์ และสภาพอากาศที่ร้อนจัดส่งผลให้สุกรเติบโตช้า ส่วนประเทศจีนภาครัฐมีนโยบายภาครัฐที่มุ่งลดปริมาณแม่พันธุ์สุกรเพื่อแก้ปัญหาอุปทานล้นตลาด ซึ่งจะช่วยหนุนให้ราคาฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในครึ่งปีหลัง โดยทางฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อ TFG ให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 12.00 บาท ส่วน CPF ให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 23.30 บาท, BTG ให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 21.00 บาท, GFPT ให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 9.65 บาท, TU ให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 13.40 บาท, ITC ให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 19.40 บาท ทั้งนี้ ทางฝ่ายวิจัยคงน้ำหนักการลงทุนของกลุ่มอาหารที่ “เท่ากับตลาด” เนื่องจากภาพรวมยังมีความเสี่ยงจากต้นทุนที่ผันผวน แต่ทางฝ่ายวิจัยเลือก TFG เป็น Top Pick เนื่องจากเป็นบริษัทในกลุ่มที่คาดว่าจะสามารถเติบโตได้ท่ามกลางความเสี่ยง จากการขายสินค้าผ่านร้านปลีกของตัวเองทำให้สามารถขายเนื้อสัตว์ได้ในราคาที่สูงกว่าตลาดและขจัดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา ประกอบกับกลยุทธ์การขยายร้าน “ไทยฟู้ดส์ เฟรชมาร์เก็ต” อย่างต่อเนื่องตั้งเป้าเปิดครบ 850 สาขาในปีนี้ Tags BTG CPF GFPT TFG จีเอฟพีที บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ราคากลุ่มเนื้อสัตว์ เจริญโภคภัณฑ์อาหาร เบทาโกร ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป