← News feed
ดาวโจนส์ปิดบวก 28 จุด ผลประกอบการแกร่ง เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด
Affected tickers
Per-ticker News Sentiment Indicator
- AMDother · negative · med
The article reports that "หุ้น Lam Research และ Advanced Micro Devices ต่างลดลง 3%" as investors rotated capital away from the semiconductor sector.
- AMZNmacro · positive · med
Amazon shares rose by approximately 3% as part of a broader rally in large-cap technology stocks, supported by cooling inflation data and positive market sentiment.
- ASMLguidance_up · positive · high
ASML ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายประจำปีให้สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยอ้างถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากกระแส AI
- GOOGLmacro · positive · med
Alphabet shares rose nearly 3% as investors shifted capital into large-cap technology stocks amid cooling inflation data and a broader market rally.
- MSFTmacro · positive · med
Microsoft shares rose nearly 3% as the market reacted positively to lower-than-expected inflation data and strong start to the second quarter earnings season.
Article body
HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐฯทั้งสามดัชนีหลักปิดบวก ดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 28 จุด แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรายใหญ่ ผสมมุมมองเชิงบวกจาก ASML ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมชิป ตัวเลขเงินเฟ้อภาคค้าส่งต่ำกว่าที่คาดและการเริ่มต้นฤดูกาลรายงานผลประกอบการ Q2 แข็งแกร่ง “ราคาน้ำมันดิบ” ขยับขึ้นต่อ ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป”ปิดบวกเล็กน้อย
ตลาดหุ้นสหรัฐวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ปรับตัวขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรายใหญ่ รวมทั้งมุมมองเชิงบวกจาก ASML ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมชิป ไปจนถึงตัวเลขเงินเฟ้อภาคค้าส่งที่ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ และการเริ่มต้นฤดูกาลรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ที่แข็งแกร่ง
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 52,658.64 จุด เพิ่มขึ้น 150.37 จุด, +0.29%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,572.40 จุด เพิ่มขึ้น 28.81 จุด, +0.38%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,269.23 จุด เพิ่มขึ้น 162.2 จุด, +0.62%
ทั้งสามดัชนีหลักปิดบวกเล็กน้อย โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรายใหญ่ต่างปรับตัวขึ้น ในขณะที่นักลงทุนกำลังประเมินข้อมูลชุดใหม่ที่บ่งชี้ว่าภาวะเงินเฟ้อกำลังชะลอตัวลง แม้หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวลง แต่หุ้นกลุ่มค้าปลีกที่เน้นผู้บริโภคและกลุ่มท่องเที่ยว/สันทนาการกลับทำผลงานได้โดดเด่นกว่ากลุ่มอื่นอย่างชัดเจน
นักลงทุนดูเหมือนจะลดการถือครองหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์หลักลง และหันไปลงทุนในหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่บางแห่ง โดยหุ้น Alphabet เพิ่มขึ้นเกือบ 3% ขณะที่หุ้น Apple พุ่ง 4% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากมีรายงานว่าผู้ผลิต iPhone รายนี้ได้รับอนุมัติให้เปิดตัวฟีเจอร์ Generative AI ในประเทศจีน
Amazon ปรับขึ้นราว 3% Microsoft เพิ่มขึ้นเกือบ 3%
ในวันพุธ ASML ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายประจำปีให้สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยอ้างถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากกระแส AI อีกทั้งยังเปิดเผยแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตอุปกรณ์สำหรับผลิตชิปขึ้นอีก 30% อย่างไรก็ตาม หุ้นในกลุ่มผู้ผลิตชิปกลับปรับตัวลดลง โดยหุ้นของผู้ผลิตหน่วยความจำอย่าง Micron Technology ลดลง 8% และ SK Hynix ร่วงลงกว่า 7% หุ้น Lam Research และ Advanced Micro Devices ต่างลดลง 3% ด้าน Intel ร่วงลงกว่า 4% และกองทุน VanEck Semiconductor ETF ลดลงกว่า 1%
นักลงทุนประเมินสถานการณ์เงินเฟ้อหลังจากที่จอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)สาขานิวยอร์ก กล่าวในสุนทรพจน์เมื่อวันพุธว่า “มีเหตุผลที่น่ายินดีที่ทำให้คาดการณ์ได้ว่าอัตราเงินเฟ้อได้ถึงจุดสูงสุดแล้ว และน่าจะค่อยๆ ลดลงในไตรมาสต่อๆ ไป”
เมื่อวันพุธ กระทรวงแรงงานรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิตเดือนมิถุนายน โดยดัชนีPPIทั่วไป (HeadlinePPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่า 6.2% ตัวเลขที่นักวิเคราะห์คาด เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนีPPIทั่วไป ลดลง 0.3% ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะทรงตัว
ส่วนดัชนีPPIพื้นฐาน (CorePPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่า 5.2% ที่นักวิเคราะห์คาดเมื่อเทียบรายเดือน เพิ่มขึ้น 0.2% ต่ำกว่า 0.3% ที่นักวิเคราะห์คาด
ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า ขณะนี้ตลาดการเงินประเมินโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินที่จะสิ้นสุดลงในเดือนนี้ไว้ที่ระดับ 10.2% ซึ่งลดลงจากระดับ 31.0% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ผลประกอบการของกลุ่มธนาคารที่ออกมาแข็งแกร่งเป็นวันที่สองช่วยเสริมการเริ่มต้นฤดูกาลรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2
ทั้ง BlackRock และ Morgan Stanley ต่างมีผลกำไรรายไตรมาสสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยราคาหุ้นของ BlackRock เพิ่มขึ้น 6.6% Morgan Stanley เพิ่มขึ้น 0.4%
ข้อมูลล่าสุดจาก LSEG ระบุว่า ขณะนี้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทในดัชนี S&P 500 สำหรับไตรมาสที่ 2 จะเติบโตขึ้น 23.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
หุ้น PayPal พุ่งขึ้น 17.2% หลังจากมีรายงานจากแหล่งข่าวที่เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า Stripe และบริษัทลงทุนเอกชน Advent International ได้ยื่นข้อเสนอร่วมกันเพื่อเข้าซื้อกิจการที่ราคาหุ้นละ 60.50 ดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นส่วนต่างราคา (พรีเมียม) ประมาณ 28% เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวันอังคาร
นักลงทุนยังรอข้อมูลเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ทั้งจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดค้าปลีกเดือนมิถุนายน ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) การผลิตภาคอุตสาหกรรม และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเล็กน้อย จากแรงหนุนจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของหุ้นกลุ่มสินค้าหรูช่วยชดเชยความอ่อนตัวของหุ้นกลุ่มโทรคมนาคมและเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุน
ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 642.71 จุด เพิ่มขึ้น 0.61 จุด, +0.10%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,515.92 จุด ลดลง 13.47 จุด, -0.13%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,382.43 จุด เพิ่มขึ้น 15.58 จุด, +0.19%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,999.53 จุด ลดลง 147.50 จุด, -0.59%
นักลงทุนต่างหวังว่าการเริ่มต้นฤดูกาลรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้จะช่วยดึงความสนใจจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์กลับมาที่ปัจจัยพื้นฐานของบริษัท ซึ่งจะช่วยทำให้ตลาดหุ้นกลับมาคึกคักอีกครั้ง
แต่ดัชนี STOXX 600 ปรับตัวขึ้นเพียง 0.27% ในสัปดาห์นี้ และหุ้น ASML ปิดลดลง 0.41% กลบการเพิ่มขึ้นในช่วงต้นของการซื้อขาย แม้จะปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายในปี 2026 ก็ตาม
แม้บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งยังไม่ได้รายงานผลประกอบการ แต่ความเชื่อมั่นที่จำกัดในตลาดแสดงให้เห็นถึงอุปสรรคที่บริษัทต่างๆ ต้องเอาชนะเพื่อดึงดูดนักลงทุนเข้าสู่ตลาดหุ้น โดยเฉพาะในขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป
ไมเคิล เมตคาล์ฟ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์มหภาคของ State Street กล่าวว่า แม้มีข่าวผลประกอบการที่ดีและข่าวดีสำหรับหุ้นบางตัวในยุโรป แต่ภาพรวมที่ใหญ่กว่านั้นคืออาจจะระมัดระวังมากขึ้นเล็กน้อย จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อีกครั้ง
สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านระลอกใหม่ขณะที่ทางการอิหร่านขู่ว่าจะระงับการส่งออกพลังงานในภูมิภาคเพิ่มเติม
ความขัดแย้งดังกล่าวสร้างความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลกต่างพยายามประเมินผลกระทบด้านเงินเฟ้อที่อาจเกิดขึ้นจากสงคราม
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุถึงความระมัดระวังในการกำหนดอัตราดอกเบี้ย แต่ยังไม่ถึงขั้นสนับสนุนการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น โดยระบุว่าผลกระทบของเงินเฟ้อรอบที่สอง (second-round effects) ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายกังวลมานานนั้น ยังไม่เกิดขึ้นจริง
ดัชนีหลักของตลาดหุ้นเยอรมนี ลดลง 0.59% โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลง 6.28% ของหุ้นบริษัท Infineon Technologies
อย่างไรก็ตามเบนจามิน ฮอลล์ รองประธานฝ่ายวิจัย Alpha Research ของ Segal Marco Advisors กล่าวว่า แผนของรัฐบาลในการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมนั้นมีความสำคัญมากพอที่จะช่วยขับเคลื่อนตลาดในส่วนนี้ได้ต่อไปอีกหลายปี
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีเยอรมนีได้อนุมัติร่างงบประมาณปี 2570 ฉบับแรก โดยเพิ่มการลงทุนและงบประมาณด้านกลาโหม เพื่อปกป้องเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากผลกระทบด้านพลังงานจากสงคราม รวมถึงชดเชยการลงทุนที่ไม่เพียงพอในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลง 0.53% ขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าหรู ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปรับตัวแย่ที่สุดของปีนี้ บวกขึ้น 3.22%
หุ้น Richemont พุ่งขึ้น 6.68% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกดีกว่าที่ตลาดคาด โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการเครื่องประดับที่แข็งแกร่งในเอเชียและทวีปอเมริกา
ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 26 เซนต์ หรือ 0.33% ปิดที่ 79.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 22 เซนต์ หรือ 0.26% ปิดที่ 84.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
———————————————————————————————————————————————————–
Facebook icon
Facebook
Twitter icon
Twitter
LINE icon
Line