Thai Financial News Intelligence
Latest article 1 min agoLatest analysis 1 min ago·17818 articles total
← News feed

เปิดโผ 5 หุ้น “โรงพยาบาล” ท็อปพิก จ่อรับอัพค่ารักษาประกันสังคม

published 2 d ago · th · source ↗

Affected tickers

Per-ticker News Sentiment Indicator

  • BHmacro · positive · med

    The article highlights that CGSI identifies BH as a top pick, noting that the hospital benefits from the recovery of the tourism sector and positive industry trends.

  • BULLISHregulatory · positive · med

    The article highlights that the Social Security Office is considering an increase in medical service rates, which is a positive factor for hospitals with high social security patient bases.

  • GULFother · positive · med

    The article highlights that CGSI identifies GULF as a standout stock benefiting from tourism recovery and data center growth, noting "ชู BH-GULF เด่นรับท่องเที่ยวฟื้น-ดาต้าเซ็นเตอร์".

Article body

ท่ามกลางความผันผวนของตลาดทุน หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลกลับมาเป็นหนึ่งในธีมลงทุนที่น่าจับตา ด้วยคุณสมบัติของหุ้นเชิงรับ ประกอบกับแนวโน้มรายได้ที่ทยอยฟื้นตัว และปัจจัยบวกจากการยกระดับระบบประกันสังคม ซึ่งกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านจำนวนผู้ประกันตน ไปสู่การเพิ่มมูลค่าการรักษาผ่านบริการโรคซับซ้อนและศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ยังคงมุมมองเชิงบวก หรือ “Bullish” ต่อกลุ่มโรงพยาบาล หลังจัดงาน Healthcare Day ภายใต้แนวคิด “ประกันสังคม 2.0: จากการเติบโตด้วยจำนวน สู่การเติบโตด้วยมูลค่าการรักษา” โดยมองว่าการขยายสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ และความคืบหน้าในการพิจารณาปรับอัตราค่าบริการ จะเป็นปัจจัยเร่งสำคัญต่อโรงพยาบาลที่มีฐานผู้ประกันตนสูง ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมอยู่ระหว่างพิจารณาปรับค่าบริการทางการแพทย์ หลังเพิ่มสิทธิประโยชน์และงบประมาณด้านการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยโครงสร้างการจ่ายค่ารักษาแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่ 1. เงินเหมาจ่าย 1,808 บาทต่อคนต่อปี 2. ค่ารักษาผู้ป่วยกลุ่ม 26 โรคเรื้อรัง 453 บาทต่อคน 3. ค่ารักษาผู้ป่วยในโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งมีค่าน้ำหนักสัมพัทธ์มากกว่า 2 หรือ Adj RW มากกว่า 2 ในอัตราคงที่ 12,000 บาทต่อ RW และ 4. ค่ารักษาอื่นนอกเหนือจากระบบเหมาจ่าย สำหรับการจ่ายค่ารักษาผู้ป่วยในโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมกำหนดอัตราคงที่ 12,000 บาทต่อ RW จากเดิมที่ใช้กรอบวงเงิน 560 บาทคูณจำนวนผู้ประกันตน ช่วยเพิ่มความแน่นอนในการจ่ายค่ารักษาแก่โรงพยาบาลคู่สัญญา ทั้งนี้ การปรับสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์และอัตราค่ารักษาจะพิจารณาจากความจำเป็นทางการแพทย์ ความยั่งยืนของกองทุน และข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการ คณะกรรมการการแพทย์ และคณะกรรมการประกันสังคม IMH ร่วมงาน mai FORUM 2026 ชูยุทธศาสตร์ “Medical Tourism” CGSI มอง SET แกว่ง 1,550-1,590 จุด ชู BH-GULF เด่นรับท่องเที่ยวฟื้น-ดาต้าเซ็นเตอร์ แม้สำนักงานประกันสังคมจะไม่มีรอบเวลาปรับค่ารักษาที่แน่นอน แต่ในปีนี้มีการตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาปรับอัตราค่ารักษา ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อโรงพยาบาลที่มีฐานรายได้จากผู้ประกันตนในสัดส่วนสูง บล.กรุงศรีมองว่า การแข่งขันในตลาดประกันสังคมจะยังมุ่งเน้นทั้งการเพิ่มจำนวนผู้ประกันตน หรือ Volume และการเพิ่มมูลค่าการรักษา หรือ Value ผ่านการรักษาโรคซับซ้อน การพัฒนาศูนย์เฉพาะทาง และการยกระดับคุณภาพบริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ต้นทุนคงที่และหนุนอัตรากำไรในระยะยาว สำหรับกลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH มีความพร้อมรับประโยชน์มากที่สุด จากเครือข่ายศูนย์โรคเฉพาะทางและระบบส่งต่อผู้ป่วยภายในเครือ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ ลดต้นทุนการส่งต่อ และสนับสนุนการขยายอัตรากำไร ปัจจุบัน BCH มีศูนย์หัวใจ 9 แห่ง พร้อมศูนย์มะเร็งรังสีรักษาและศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง รองรับการรักษาผู้ป่วยโรคซับซ้อนภายในเครือข่าย ขณะที่แนวโน้มผู้ป่วยประกันสังคมในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCD เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 5% ต่อปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นฐานสำคัญของผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็ง การเพิ่มศักยภาพการรักษาของศูนยุโรคเฉพาะทาง ช่วยให้ ได้ประโยชน์จากการเพิ่มสิทธิประโยชน์การรักษาของประกันสังคม นอกจากนี้ การแข่งขันของ รพ. ที่รักษาผู้ป่วยประกันสังคม ต้องมีทั้งการยกระดับศักยภาพการรักษาควบคู่กับการเพิ่มจำนวนผู้ประกันตนและขยายเครือข่าย รพ. ในพื้นที่ที่มีศักยภาพ ผู้บริหารมองว่าการปรับขึ้นค่ารักษาของประกันสังคมจะชัดเจนในปีนี้ โดยจะมีการประชุมแต่งตั้งตั้งคณะอนุกรรมการรพาะกิจในเดือน ก.ค.69 และคณะอนุกรรมการจะประชุม 3 ครั้นกายใน 60 วันคาดว่าจะมีข้อสรุปในช่วงเดือนก.ย.69 ซึ่งการปรับขึ้นขึ้นค่ารักษาจะครอบคลุมทั้ง 4 รายการ ผู้บริหารมองทิศทางค่ารักษาเฉลี่ยของผู้ป่วยประกันสังคมมีแนวใมเน้มเพิ่มขึ้นจากการพิมสิทธิประโรชน์การรักษา ขณะเดียวกันหากมีการปรับขึ้นค่ารักษาจะเป็นแรงส่งการเติบโตรายได้ และปัจจัยในการเพิ่ม margin ต่อ BCH ส่วนกลุ่มโรงพยาบาลวิภาราม หรือ VBR มีจุดแข็งด้านการประหยัดต่อขนาด หรือ Economies of Scale และการบริหารต้นทุน จากฐานผู้ประกันตนขนาดใหญ่และเครือข่ายโรงพยาบาลในพื้นที่อุตสาหกรรม พร้อมต่อยอดการเติบโตผ่านการเพิ่มศูนย์รักษาโรคเฉพาะทางและการขยายโรงพยาบาลแห่งใหม่ บล.กรุงศรีประเมินว่า หากประกันสังคมปรับเพิ่มค่ารักษา จะเป็นโอกาสเพิ่มขึ้น หรือ Upside ต่อรายได้และกำไรของกลุ่มโรงพยาบาล โดยบริษัทที่ศึกษาและมีสัดส่วนรายได้จากประกันสังคมในระดับสูง ได้แก่ BCH ประมาณ 35–36% บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG ประมาณ 30% และบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ประมาณ 3% ด้านการวิเคราะห์ความอ่อนไหว พบว่าทุกการปรับขึ้นค่ารักษาประกันสังคม 1% จะช่วยเพิ่มกำไรของ BCH ราว 0.63% และเพิ่มกำไรของ CHG ราว 0.50% ทำให้ BCH มีโอกาสได้รับประโยชน์มากกว่า จากฐานรายได้และจำนวนผู้ประกันตนที่สูงกว่า ขณะเดียวกัน บล.กรุงศรียังคงมุมมอง Bullish ต่อกลุ่มโรงพยาบาล จาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ สัญญาณฟื้นตัวของรายได้ในไตรมาส 2/69 ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงด้านลบต่อกำไรที่จำกัด ประสิทธิภาพการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลส่วนใหญ่ และปัจจัยหนุนในครึ่งหลังปี 2569 จากการกลับมาของผู้ป่วยต่างชาติ รวมถึงโอกาสปรับขึ้นค่ารักษาประกันสังคม สำหรับหุ้นเด่นของกลุ่ม บล.กรุงศรีเลือก บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 27 บาท จากจุดแข็งด้านฐานรายได้ที่กระจายตัว เครือข่ายโรงพยาบาลขนาดใหญ่ และกระแสเงินสดที่มีความสม่ำเสมอ ช่วยให้ผลประกอบการรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจได้ดี ขณะที่ บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 เป็นอีกหนึ่งหุ้นเด่น แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 23 บาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคยากและซับซ้อน รวมถึงโอกาสขยายฐานผู้ป่วยต่างชาติ ซึ่งมีมูลค่าการรักษาต่อรายสูง และจะช่วยหนุนอัตรากำไรในระยะกลางถึงยาว ส่วนหุ้นที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากระบบประกันสังคม บล.กรุงศรีชอบ BCH มากกว่า CHG เนื่องจาก BCH มีเครือข่ายและฐานผู้ประกันตนขนาดใหญ่ รวมถึงยังมีขีดความสามารถรองรับผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น บล.กรุงศรีให้คำแนะนำ “ซื้อ” BCH ราคาเป้าหมาย 11.20 บาท โดยคาดว่ากำไรได้ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 1/69 และราคาหุ้นยังปรับตัวล่าช้ากว่ากลุ่ม ส่วน CHG แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 1.60 บาท ขณะที่ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 210 บาท สำหรับแนวโน้มภาพรวม บล.กรุงศรีคาดกำไรสุทธิกลุ่มโรงพยาบาลปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 27,429 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน และเติบโตต่ออีก 5% ในปี 2570 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากรายได้ที่ฟื้นตัว การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การกลับมาของผู้ป่วยต่างชาติ และโอกาสปรับขึ้นค่ารักษาประกันสังคม ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนจึงให้น้ำหนัก BDMS และ PR9 เป็นหุ้นหลักของกลุ่ม จากคุณภาพรายได้และแนวโน้มเติบโตระยะยาว ส่วนผู้ที่ต้องการลงทุนตามธีมประกันสังคม เลือก BCH เป็นหุ้นเด่น จากฐานผู้ประกันตนสูง ศักยภาพรักษาโรคซับซ้อน และโอกาสขยายอัตรากำไร หากการปรับค่ารักษามีความชัดเจน Tags บล.กรุงศรี ประกันสังคม PR9 ผู้ป่วยต่างชาติ Healthcare ค่ารักษาพยาบาล ประกันสังคม 2.0 หุ้นเด่น BCH CHG BDMS BH หุ้นโรงพยาบาล