Thai Financial News Intelligence
Latest article 3 min agoLatest analysis 3 min ago·17818 articles total
← News feed

‘เฉลิม อยู่วิทยา’รวยสุดในไทย 1.54 ล้านล้าน ‘สารัชถ์’คว้าอันดับ 3 มั่งคั่งเพิ่มมากสุด

published 7 d ago · th · source ↗

Affected tickers

Per-ticker News Sentiment Indicator

  • GULFother · positive · low

    The article reports that 'สารัชถ์' แห่ง GULF has the highest increase in wealth due to the company's strategic investment in KBANK, which is a retrospective financial profile rather than a direct corporate event.

  • KBANKother · neutral · high

    The article reports on Forbes' list of Thailand's richest people, noting that "บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เป็นเกือบ 10%" as a historical fact.

  • KCEother · positive · low

    The article mentions that "บัญชา องค์โฆษิต" ผู้ก่อตั้ง KCE has returned to the list of Thailand's 50 richest people due to demand for AI-related electronics.

  • TRUEother · neutral · high

    The article discusses the Forbes ranking of Thailand's richest individuals and mentions a past transaction where Arise Digital Technology agreed to purchase shares in TRUE, which is not new material information.

  • WHAother · positive · med

    Forbes reported that WHA's CEO, Jareeporn Jarukornsakul, saw her wealth increase by 69% due to strong demand for AI Data Center investments, reflecting positive growth momentum for WHA.

Article body

HoonSmart.com>>Forbes จัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทยปี’69 มูลค่าทรัพย์สินรวมเพิ่มขึ้น 10% แตะ 1.87 แสนล้านดอลลาร์  ‘เฉลิม อยู่วิทยา-ครอบครัว’ครองแชมป์รวยที่สุด 3 ปีซ้อน มูลค่าทรัพย์สิน 1.54 ล้านล้านบาท ‘สารัชถ์’ แห่ง GULF มีทรัพย์สิน 5.75 แสนล้านบาท เพิ่มสูงสุด 5.6 พันล้านดอลลาร์ ‘จรีพร’ WHA ความมั่งคั่งพุ่ง 69% รับกระแสลงทุน AI Data Center  ส่วน”บัญชา องค์โฆษิต” ผู้ก่อตั้ง KCE -“กัลกุล ดำรงปิยวุฒิ์”ผู้ก่อตั้ง GUNKUL กลับเข้าสู่ทำเนียบในปีนี้ นิตยสาร Forbes เปิดเผยการจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2569 พบว่า มูลค่าทรัพย์สินรวม  เพิ่มขึ้น 10% แตะระดับ 1.87 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังเศรษฐกิจไทยปี 2568 ขยายตัว 2.4% จากแรงหนุนของการบริโภคภายในประเทศที่ทยอยฟื้นตัว การส่งออกที่กลับมาเติบโต รวมถึงตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้น สำหรับ เฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัว เจ้าของธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง Red Bull ยังคงครองตำแหน่งมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.54 ล้านล้านบาท  หลังบริษัทมีรายได้ประจำปีเพิ่มขึ้นกว่า 8% แตะ 1.22 หมื่นล้านยูโร หรือประมาณ 1.39 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 จากยอดขายทั่วโลกเกือบ 1.4 หมื่นล้านกระป๋อง อันดับ 2 ได้แก่ พี่น้องเจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือเครือซีพี มีทรัพย์สินสุทธิ 3.66 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท โดยในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา บริษัท Arise Digital Technology ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนของ ศุภชัย เจียรวนนท์ บุตรชายของ ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือซีพี ได้ตกลงซื้อหุ้นเกือบ 25% ในบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) จาก Telenor Group มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท พร้อมสิทธิซื้อหุ้นเพิ่มอีก 5.4% ภายใน 2 ปี อันดับ 3 ได้แก่ สารัชถ์ รัตนาวะดี เจ้าพ่อธุรกิจพลังงานและโทรคมนาคม มีทรัพย์สิน 1.76 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 5.75 แสนล้านบาท โดยเป็นมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากที่สุดในเชิงมูลค่าเงินดอลลาร์ที่ 5.6 พันล้านดอลลาร์ หลัง บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เป็นเกือบ 10% และขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของธนาคาร อันดับ 4 ได้แก่ ตระกูลจิราธิวัฒน์ มีทรัพย์สิน 1.17 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.82 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ใน 3 จากปีก่อน โดยเซ็นทรัล รีเทล บริษัทเรือธงของกลุ่มเซ็นทรัล มีแผนลงทุน 1.8 หมื่นล้านบาทในปีนี้ เพื่อปรับปรุงและขยายสาขาในไทยและเวียดนาม อันดับ 5 ได้แก่ เจริญ สิริวัฒนภักดี และครอบครัว มีทรัพย์สิน 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.76 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ขณะที่ จรีพร จารุกรสกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม WHA Corporation เป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นโดดเด่น โดยมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 69% แตะ 1.25 พันล้านดอลลาร์ รับแรงหนุนจากความต้องการลงทุนใน AI Data Center ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติที่เข้าสู่ประเทศไทย ส่วนผู้ที่กลับเข้าสู่ทำเนียบมหาเศรษฐีไทยในปีนี้มี 2 ราย ได้แก่ บัญชา องค์โฆษิต ผู้ก่อตั้ง KCE  ผู้ผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ซึ่งได้รับอานิสงส์จากความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และ กัลกุล ดำรงปิยวุฒิ์ ผู้ก่อตั้ง GUNKUL ที่ได้รับแรงหนุนจากการขยายธุรกิจจัดหาไฟฟ้าสีเขียวให้กับศูนย์ข้อมูล ขณะเดียวกัน ปีนี้มีสมาชิกทำเนียบมหาเศรษฐีที่เสียชีวิต 3 ราย ได้แก่ กฤตย์ รัตนรักษ์ เจ้าพ่อธุรกิจสื่อแห่งบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ  หรือช่อง 7HD ซึ่งทรัพย์สินตกทอดสู่บุตรชายเพียงคนเดียวคือ ชัชชน รัตนรักษ์, ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้ร่วมก่อตั้งเครือกรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) โดยทรัพย์สินถูกรวมอยู่ภายใต้ตระกูลปราสาททองโอสถ และ ชูชาติ เพ็ชรอำไพ ผู้ร่วมก่อตั้งเมืองไทย แคปปิตอล ร่วมกับภรรยา ดาวนภา เพชรอำไพ ซึ่งในปีนี้มีรายชื่ออยู่ในทำเนียบเพียงผู้เดียว สำหรับ 10 อันดับมหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2569 ประกอบด้วย 1.เฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัว ทรัพย์สิน 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 1.54 ล้านล้านบาท 2.พี่น้องเจียรวนนท์ ทรัพย์สิน 3.66 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 1.2 ล้านล้านบาท 3.สารัชถ์ รัตนาวะดี ทรัพย์สิน 1.76 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 5.75 แสนล้านบาท 4.ตระกูลจิราธิวัฒน์ ทรัพย์สิน 1.17 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 3.82 แสนล้านบาท 5.เจริญ สิริวัฒนภักดี และครอบครัว ทรัพย์สิน 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 3.76 แสนล้านบาท 6.ตระกูลไชยวรรณ ทรัพย์สิน 5.1 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.67 แสนล้านบาท 7.ตระกูลปราสาททองโอสถ ทรัพย์สิน 3.7 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.21 แสนล้านบาท 8.เสถียร เสถียรธรรมะ ทรัพย์สิน 2.8 พันล้านดอลลาร์ หรือ 9.15 หมื่นล้านบาท 9.อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา และครอบครัว ทรัพย์สิน 2.4 พันล้านดอลลาร์ หรือ 7.84 หมื่นล้านบาท 10.ชัชชน รัตนรักษ์ ทรัพย์สิน 2.3 พันล้านดอลลาร์ หรือ 7.51 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ เกณฑ์ขั้นต่ำในการติดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทยปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 555 ล้านดอลลาร์ จาก 420 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน สะท้อนมูลค่าความมั่งคั่งโดยรวมของกลุ่มมหาเศรษฐีไทยที่เพิ่มสูงขึ้น แม้เศรษฐกิจยังเผชิญความท้าทายจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ Facebook icon Facebook Twitter icon Twitter LINE icon Line