Thai Financial News Intelligence
Latest article 3 min agoLatest analysis 3 min ago·17818 articles total
← News feed

"ดาโอ" แนะลงทุนหุ้นท่องเที่ยว! รับรัฐจ่อปัดฝุ่น Co-payment ชู ERW-CENTEL เด่น

published 21 d ago · th · source ↗

Affected tickers

Per-ticker News Sentiment Indicator

  • CENTELother · positive · med

    The government plans to launch a "Co-payment" stimulus scheme in Q4/2569 to support hotel and tourism services, which is expected to benefit CENTEL.

  • ERWother · positive · med

    The government's plan to launch a "Co-payment" stimulus scheme for domestic tourism is expected to provide a significant boost to hotel operators like ERW in the fourth quarter.

  • TOPother · neutral · high

    The article focuses on the tourism sector and government stimulus measures, which have no direct material impact on the operations or financial outlook of Thai Oil (TOP).

Article body

หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวเริ่มกลับมาอยู่ในเรดาร์นักลงทุนอีกครั้ง หลังตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติส่งสัญญาณฟื้นตัวจากตลาดหลักอย่างจีนและไต้หวัน ขณะที่ภาครัฐเตรียมเดินหน้ามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศรูปแบบ Co-payment วงเงินไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อช่วยสนับสนุนค่าโรงแรมและบริการท่องเที่ยว ซึ่งอาจกลายเป็นแรงส่งสำคัญต่อหุ้นกลุ่มโรงแรมและสายการบินในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะไตรมาส 4/2569 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจท่องเที่ยว ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ DAOL ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กลุ่มท่องเที่ยว (Overweight)  จากกรณี รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยข้อมูลจำนวนนักท่องเที่ยวสีปดาห์ที่ผ่านมา (14-20 มิ.ย.) มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 508,133 คน (โต 4% เทียสัปดาห์ก่อนหน้า และ ลดลง 3% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 72,590 คน โดยประเทศใน Top 5 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1) จีน 83,796 คน (โต 8% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า และ โต 23% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน), 2) โต้หวัน 21,043 คน (โต 18% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า) และ 3) มาเลเซีย 81,396 คน (โต 0.4% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า และ โต 9% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) ส่วนประเทศใน Top 5 ที่ปรับตัวลดลง คือ 1) อินเดีย 43,633 คน (ลดลง 7% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า และ ลดลง 11% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) และ 2) สิงคโปร์ 24,225 คน (ลดลง 4% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า) โดยนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง (Dragon Boat Festival) vองจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า ได้เยอะที่สุด และนักท่องเที่ยวไต้หวันขึ้นมาติดอันดับ 5 จากสัปดาห์ก่อนที่อันดับ 7 นอกจากนี้ยังมีวันหยุดกลางสัปดาห์ของมาเลเซียส่งผลให้นักท่องเที่ยวมาเลเซียปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ด้านตลาดกลุ่มระยะใกล้ (short haul) มีจำนวนนักท่องเที่ยว 373,263 คน หรือเพิ่มขึ้น 3% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่กลุ่มตลาดระยะไกล (long haul) มีจำนวน 134,870 คน หรือเพิ่มขึ้น 7% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้า สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-13 มิ.ย.69 ทั้งสิ้น 14,939,438 คน ลดลง 2.82% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (ที่มา: กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา) นอกจากนี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เปิดเผยว่า ล่าสุดของโครงการกระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศรูปแบบ Co-payment รัฐช่วยสนับสนุนค่าโรงแรมและบริการท่องเที่ยว คาดเริ่มเปิดจองสิทธิ์ในไตรมาส 4 ปี 2569 เบื้องต้นใช้งบไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท เปิดให้ประชาชนจองสิทธิ์ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านสิทธิ์ หรือคิดเป็นรัฐช่วยจ่ายสูงสุด 3,000 บาท/สิทธิ์ ด้านสัดส่วนระหว่างเงินที่รัฐช่วยจ่ายกับเงินที่ประชาชนออกเองจะอยู่ที่ 50:50 หรือ 60:40 นั้น ยังต้องรอข้อสรุปเพิ่มเติม โดยจะยื่นของบกลางปี 2570 มาจัดทำ ปัจจุบันอยู่ระหว่างสรุปชื่อโครงการอย่างเป็นทางการ และจะใช้แอปฯ “เป้าตัง” นอกจากนี้อยากผลักดันโครงการอื่นๆ เช่น โครงการ Buy International, Free Thailand Domestic Flights รัฐแจกตั๋วเครื่องบินฟรีในประเทศให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ซื้อตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศเข้าไทย และโครงการ Thailand Summer Blast รัฐสนับสนุนการจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำและร่วมมือกับสายการบิน ส่วน “ค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ” (Travel Fee) หรือ “ค่าเหยียบแผ่นดิน” นำเงินเข้ากองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย หลังแนวคนี้มีมา 7-8 ปีแล้ว KKP เป้าใหม่สูงลิ่ว 110 บาท อานิสงส์ค่าฟีพุ่ง-ตั้งสำรองลด “ดาโอ” แนะถือ TISCO ชี้กำไร Q2 โต พ่วงยีลด์เด่น 7% ล่าสุดอาจมีการปรับอัตราจัดเก็บเป็น “300-500 บาท/คน/ครั้ง” สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยทางอากาศ จากเดิมกำหนดอัตราจัดเก็บไว้ที่ 300บาท/คน/ครั้ง และคาดว่าจะเริ่มจัดเก็บได้ในต้นปี 70 หลังเสร็จสิ้นการเจรจากับสายการบินเรื่องวิจัดเก็บและได้ข้อสรูปเรื่องเบี้ยประกันภัย ด้าน DAOL: มองเป็นกลางจากจำนวนนักท่องเที่ยวรวมที่เพิ่มขึ้นเทียบสัปดาห์ก่อน ตามคาดเพราะเป็นช่วงเทศกาลไหว้บีะจ่าง (Dragon Boat Festival) ซึ่งตรงกับวันที่ 19 มิ.ย.69 ทำให้นักท่องเที่ยวจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ทั้งเทียบสัปดาห์ก่อนหน้า และเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหากเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน นักท่องเที่ยวจีนยังคงเพิ่มขึ้นถึง 23% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 25% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ของนักท่องเที่ยวจีนได้ต่อเนื่องตลอดเดือน มิ.ย.69 จากฐานต่ำจากปีก่อน ประกอบกับจีนมีการย้ายหมุดหมายจากประเทศญี่ปุ่นเป็นเกาหลีใต้และอาเซียนเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้หากคิดแค่นักท่องเที่ยวรวมแบบหักนักท่องเที่ยวมาเลเซียออกจะก็ยังคงเห็นการเติบโตได้ที่ +5%เทียบสัปดาห์ก่อนหน้าด้านนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและยุโรปสัปดาห์นี้กลับมาฟื้นตัวได้เช่นกันที่ 15% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้าและ โต 7% เทียบสัปดาห์ก่อนหน้าตามลำดับ โดยสัปดาห์หน้าเราคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวรวมจะลดลงเทียบสัปดาห์ก่อนหน้าเพราะได้ผ่านช่วงเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างไปแล้ว ประกอบกับตลาดอินเดียมีปัจจัยท้าทายจากจำนวนเที่ยวบินที่ลดลง อย่างไรก็ดีมองว่าจำนวนนักท่องเที่ยวรายสัปดาห์ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วงสัปดาห์ที่ 2-3 ของเดือน พ.ค. (เกิดขึ้นเป็นปกติช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา) โดยวันที่ 11-17 พ.ค.69 จำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 469,173 คน เทียบกับล่าสุดที่ 486,669 คน ทำให้คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะทำจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/69 และจะจะฟื้นตัวได้โดดเด่นในช่วงไตรมาส 4/69 จากงาน event หลายงานที่เข้ามาช่วยหนุน ทั้งนี้หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น โดยเรียงลำดับตามสัดส่วนโรงแรมในประเทศจากมากไปน้อย ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT, SHR โดยมองเป็น sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว หากมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งหมดเกิดขึ้นจริงโดย 1) โครเการกระต้นท่องที่ยดกายในประเทศรูปแบบ Co-payment จะคล้ายโครงการเราเที่ยวด้วยกันเดิม (เมื่อเทียบกับโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟสที่ 1 ที่ 5 ล้านสิทธิ์, เฟสที่ 2 ที่ 1 ล้านสิทธิ์, เฟสที่ 3 ที่ 2 ล้านสิทธิ์. เฟสที่ 4 1.5 ล้านสิทธิ์ และเฟสที่ 5 อีก 5.6 แสนสิทธิ์ โดยทั้ง 5 เฟสผ่านแอฟเป้าตัง โดยรัฐจ่ายค่าห้องพักให้ 40% สูงสุด 10 คืน ส่วนเที่ยวคนละครึ่งเฟสล่าสุดที่ 1 ล้านสิทธิ์ ผ่านแอฟ ททท. โดยรัฐจ่ายค่าห้องพักให้ 50% สูงสุด 5 คืน) โดยจะเริ่มใช้สิทธิ์ได้ในช่วงไตรมาส 4/69 2) โครงการ Buy International, Free Thailand Domestic Flights รัฐแจกตั๋วเครื่องบินฟรีในประเทศให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ซื้อตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศเข้าไทย และโครงการ Thailand Summer Blast รัฐสนับสนุนการจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำและร่วมมือกับสายการบิน ซึ่งเคยพูดถึงกันมาก่อนหน้านี้แล้วช่วงเดือน ส.ค.68 ที่ผ่านมา (อิงจากข่าวรอบก่อนภาครัฐจะมีการแจกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 2 แสนคน โดยรัฐจะใช้งบประมาณราว 700 ล้านบาท โดยจะจ่ายแทนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่นั่งละ 1,750 บาทต่อเที่ยว หรือไป-กลับ รวม 3,500 บาท ในจำนวน 200,000 คน หรือ 400,000 ที่นั่ง ให้กับ 6 สายการบินภายในประเทศไทย ได้แก่ การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ ไทยแอร์เอเชีย นกแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ และเวียตเจ็ทไทยแลนด์) โดยหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวในประเทศที่จะดีขึ้นเรียงลำดับจากมากไปน้อยตามสัดส่วนรายได้ในประเทศ ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT, SHR และกลุ่มสายการบินเรามองเป็นบวก (AAV, BA, THA) ที่จะช่วยหนุนการท่องเที่ยวในประเทศดีขึ้น โดยเฉพาะ AAV (ถือเป้า 1.12 บาท) ที่มีส่วนแบ่งการตลาดเส้นทางในประเทศสูงสุดที่ราว 40% อย่างไรก็ตาม AAV อาจมีปัจจัยกดดันระยะสั้นจากผลการดำเนินงานไตรมาส 2-ไตรมาส 3/69 จะยังขาดทุนมาก จากต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ส่วน 3) ค่าเหยียบแผ่นดิน นำเงินเข้ากองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย มองเป็น sentiment เชิงลบ แต่อย่างไรก็ดี ประเด็นเรื่องการเก็บค่าเหยียบแผ่นดินมีมาตั้งแต่ปี 2565 แต่ก็ยังไม่เคยทำได้เลย ทั้งนี้จากข้อมูลในปี 2567 ค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่อทธิปอยู่ที่ 47,400 บาท/คน เพิ่มขึ้น 1% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (ปี 2562 อยู่ที่ 47,896 บาท/คน) ซึ่งการเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยทางช่องทางทางอากาศคนละ 300-500 บาท(เพิ่มขึ้นจากข่าวก่อนหน้านี้ที่จะคิดที่ 300 บาท) คิดเป็น 0.6-1.1% ซึ่งคาดว่าจะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเล็กน้อยแต่ไม่น่ามีนัยสำคัญมากนัก ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวม/นักท่องเที่ยวจีนปี 2569 ที่ 30 ล้านคน/4.8 ล้านคน เราประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวมปี 2569 จะอยู่ที่ 30 ล้านคน ลดลง 9% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปี 2568 ที่ 33 ล้านคน ลดลง 7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน  และคาดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนปี 2569 จะอยู่ที่ 4.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปี 2568 ที่ 4.5 ล้านคน ลดลง 34%  เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน  ให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “มากกว่าตลาด” โดยชอบ ERW (ซื้อเป้า 3.20 บาท) จากภาพรวม RevPAR ที่ไม่รวม Budget ใน ไตรมาส 2/69 ยังคงเพิ่มขึ้นได้ดีอย่างต่อเนื่องอีก โต 5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (เด่นสุดในกลุ่ม) จากไตรมาส 2/68 ที่ ลดลง 13% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน  ขณะที่ช่วงไตรมาส 4/68 จะมีงาน event อย่าง World Bank and IMF meetings เดือนต.ค.69 และ Tomorrowland เดือน ธ.ค.69 ซึ่งเริ่มมียอดจองเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Occ. Rate สูงถึง 80% แล้ว ขณะที่ ERW ได้ประโยชน์เพิ่มเติมจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้น เพราะมีสัดส่วนรายได้จากนักท่องที่ยวที่ 14% และยังชอบ CENTEL (ซื้อ/ปีท 37.00 บาท) จากคาดหวัง Long haul และดูโบจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้หลังผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว นอกจากนี้ยังได้ผลดีจากนักท่องเที่ยวมัลดีฟส์ที่เริ่มฟื้นตัวได้ดี ด้าน Valuation ซื้อขายที่ EV/EBITDA เพียง 9x เทียบเท่า -1.00SD ย้อนหลัง 8 ปี Tags Co-Payment ตลาดหุ้นไทย MINT THAI CENTEL AAV ERW BA หุ้นท่องเที่ยว SHR เราเที่ยวด้วยกัน ค่าเหยียบแผ่นดิน DAOL ดาโอ